บูรพา

มรณะ

posted on 18 Mar 2011 19:15 by deomagazine in ALIEN-ATE-YOU

How can I face death.

When fate worse than death.

Eyes open and keep faith.

And better off dead.

……

            ความตายมาพร้อมกับคำถามเสมอ...

            คำถามที่พร้อมขุดหลุมพรางในใจ ให้เกิดเกิดสภาวะวิตกจริต เมื่อรอบด้านถูกบุไปด้วยอวิชชา-ความไม่รู้ หรือรู้ ก็รู้มั่วๆ

            ผมติดกับดักความตายสมัยอายุ 18 หลังจากพยายามดิ้นรนในห้องมืด ทุบพนังเป็นโพรงหาแสงสว่างอย่างสุ่มๆ ด้วยคัมภีร์หลายเล่มอยู่แรมปี สุดท้าย ก็ต้องปอกเปลือกออก อัปเปหิตัวเองออกจากขนบศาสนาใดๆ ตั้งแต่นั้น

            เป็นกระบอกแก้วเปล่า ก้นกลวง สรรพสิ่งไหลผ่าน สัมผัสได้ แต่ไม่รับบรรจุ

……

            หลายอาทิตย์แล้วที่ผมมีปัญหาเรื่องการนอน

            ทุกครั้งที่อยากหลับ ในความมืดหลังเปลือกตา มีจุดเล็กๆ ที่ดำยิ่งกว่าลอยเท้งเต้งไปมา จนต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า มันลอยอยู่ในตา หรือในใจ

            เรื่องราวความตายไม่ได้สร้างความทุกข์ให้นานแล้ว จนกระทั่งคนใกล้ตัวค่อยๆ เข้ามาปรึกษา บ่นอยากฆ่าตัวตาย

            ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกอยากไปสู่สุญญากาศแบบนั้น มันถ่ายโอนกันได้หรือเปล่า ผมถึงรู้สึกอยากกำจัดจุดดำๆ นั่นให้หายไปเสีย

……

            นานแล้ว...คนรู้จักอีกคนหนึ่งเริ่มนอนไม่หลับ จนกลายเป็นไม่นอนไปเลย หลังจากพูดไม่รู้เรื่องอยู่หลายเดือน ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้พักผ่อนของคนรอบข้าง เขาก็ตายไปเสียเฉยๆ

            ผมนอนไม่ค่อยหลับ...ถึงหลับ ก็เป็นการนอนที่ด้อยคุณภาพ

            หากแบ่งระดับความลึกของการนอนเป็น 4 ช่วง บางคืน ผมเริ่มหลับตาและตกอยู่ในหรือภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นตลอด ทั้งๆ ที่สมองส่วนจินตนาการเริ่มทำงานในความฝันระดับลึกไปแล้ว เป็นอย่างนี้จนเช้า

            หลายครั้งฝันกับจริงก็ซ้อนกันตลอดเวลา

……

            ความฝันเรื่องตายๆ เข้ามาแวะเวียนบริเวณพรมแดนตื่น-หลับหลายครั้ง

            หลายสิบคืน ผมฝันว่าฆ่าคนตาย แล้วเอาไปซ่อน ในสภาวะเหมือนจริง ความรู้สึกอยากปกปิดความผิดรุนแรงและเหมือนจริง ทั้งที่ชีวิตจริงไม่เคยลงมือสังหารใคร...แล้วก็ไม่เคยมีอะไรต้องหลบซ่อน ไม่มีเหตุผลให้ใช้ชีวิตอยู่กับการโกหก

            ...แต่ไม่ใช่ว่าไม่อยากฆ่าใคร           

            บางคนอาจสงสัยว่าใครเล่าคือคนสมควรตาย

            อาจโทษชะตาชีวิตก็ได้ แต่มีจริงหรือ ผู้ที่สามารถกำหนดการเกิดดับของทุกชีวิตได้ ทำไมคนควรตาย ไม่ตาย แต่ผู้ถูกพรากวิญญาณหลายคนยังสงสัยในเหตุผลมรณกรรมของตัวเอง

            หรือผู้เขียนชะตานั้น...สมควรตาย

            ความตายของหลายคน ก็มีน้ำหนักที่ไม่ต้องพึ่งแรงโน้มถ่วงแตกต่างกันไป บางคนมีชีวิตอย่างยิ่งใหญ่ปานขุนเขา แต่กลับมีความตายเบาราวขนนก

            อ้อ...ครั้งหนึ่ง ผมฝันว่าช่วยทหารปฏิวัติ นาทีนั้น หากมีความตายพัดมา ผมคงกลายเป็นธุลี

……

            การเดินทางของชีวิตยังคงเป็นปริศนาอยู่ร่ำไป...อย่าพยายามเป็นอินดี้ขี้สงสัยเรื่องเกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน

            นักจิตวิทยาคนหนึ่งเปรียบว่า ความรักเป็นสภาวะไม่มีจริง “คุณเป็นเพียงคนเขลาบัดซบ ผู้ดื่มด่ำมอมเมาความเหงาของตัวเองจากขวดเปล่าเท่านั้น”

            ความตายคงมาจากบาร์ละแวกเดียวกัน     

            ผู้อาวุโสสำเนียงแปร่งพยายามปลอบประโลมว่า “หากจิตคือกระจกใส ท่ามกลางฝุ่นละอองล่องลอย เมื่อกระจกนั้นขุ่นมัว อย่าพยายามปัดเช็ดถูให้เสียเวลา มีแต่จะทำให้เกิดรอยขีดข่วนมากขึ้น...จงทำลายเสีย เพราะจริงๆ แล้วไม่มีกระจก”

       

รุ่งฤทธิ์

เขียนขณะง่วง ตรงข้ามธนาคารสีส้ม

ลาดพร้าว 101 จังหวัดพระนคร 

คำถามถึงคนหนุ่มสาว

posted on 22 Feb 2011 12:05 by deomagazine in ALIEN-ATE-YOU

“เหมือนที่ทุกคนก็รู้ว่า เรามาที่นี่ เพราะมาหาอะไรบางอย่าง”

หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นกลางวงสนทนา เป็นส่วนหนึ่งของการแนะนำตัวของเธอ สำหรับกิจกรรมในต่างจังหวัดครั้งนั้น

อดสงสัยไม่ได้ว่า เธอมาตามหาอะไรหนอ…ที่แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร

……

‘คำถาม’ ที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ คงหนีไม่พ้นเหตุผลของการเกิดและดับ และคำถามนี้ได้แตกแขนงไปไพศาล จนกลายเป็นเรื่องราวครอบจักรวาล

การตั้งคำถามในอากาศเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ นักศึกษาเอกปรัชญา ยอมรับว่าวิชาของเธอคือการตั้งคำถาม ต่อมาทั้งหมดกลายเป็นปัจจัยให้เกิดเครื่องเยียวยาจิตใจขนานเอกของคน นั่นคือ ‘ศาสนา’ ซึ่งบางค่ายตอบคำถามเป็นสมมุติฐาน แต่อีกสังกัดกลับชี้ชวนให้เลิกถาม

จึงไม่แปลก ที่ใครก็ตามจะมองโลกด้วยสายตาช่างสงสัย เพราะความรู้สึก ‘ไม่รู้’ นี้อยู่คู่กับมนุษย์ตั้งแต่ปฐมกาล จนวันนี้ ชีวิตก็คือ…ไม่รู้

บุรุษท่านหนึ่งเอ่ยวาจาเปรียบว่า “นักปราชญ์เกิดมาจากข้อสงสัย พวกเขาชอบตั้งคำถาม และเขาจะเจอแต่คำถาม แต่ผู้ที่มุ่งมั่นหาคำตอบอันแท้จริง ผู้นั้นคือศาสดา”

……

ยุค ‘โพสต์อินดี้’ ความเหงา สุญญากาศ แผนที่ และจีพีเอส ยังคงเป็นสินค้าขายดีในโลกที่เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวผู้อ้างว้างและหลงทาง

ยอดขายของหนังสือประเภท ‘How to’ ชวนสงสัยว่า ยุคสมัยผ่านไป ชีวิตยิ่งเต็มไปด้วยความสงสัยที่พันกันเป็นเกลียวยุ่งยาก จนต้องวาน ‘คนอื่น’ คลายปม หาทางออกให้กันแล้วหรือ

คนหนุ่มยังเสพติดความเหงา เขานั่งริมขอบหน้าต่าง ตั้งคำถามกับอากาศ เพราะหลงคิดว่าความรู้สึกล่องลอยนั้นเป็นมหาบุรุษ…มันติสต์ ยิ่งบรรยากาศแสงสนธยาบวกเพลงไซคีเดลิคล่ะก็ ราคาของมันเทียบเท่าแอลเอสดีในยุคนู้น

สำเนียงทองแดงแว่วมาว่า “พี่ครับ ผมว่าการตั้งคำถามกำลังจะพ้นสมัย การหาคำตอบให้กับมันต่างหาก ที่จะเป็นกุญแจสู่การปลี่ยนโลกได้ หาคำตอบมั่วๆ แบบมวยวัดก็ยังดีนะพี่”

“เออ…พี่เชื่อว่ะ”

……

ทุกยุคสมัย เมื่อสังคมกำลังสับสน มักมีฮีโร่หนุ่มวัยพ้นเบญจเพส สะพายกีตาร์ครวญคำถามที่เขาครุ่นคิด ความแปลกแยกเริ่มผลุบโผล่มาในสายตา เขาสงสัยเหลือเกินว่า ทำไมโลกเป็นแบบนี้

เขาเริ่มตั้งคำถาม ถึงความ ‘ไม่ปกติ’ ของสรรพสิ่งรอบๆ ตัว

กาลต่อมาเขาจะลุกขึ้นเรียกร้องหาเสรีภาพ เขาจะเปลี่ยนโลก!

ใครว่ายุคบุปผาชนกำลังกลับมา เมื่อคนหนุ่มสาวหันมามองชะโงกมองเงาตัวเอง และภาพสะท้อนของสังคมกันมากขึ้น ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยแววสงสัย สัญญาณลวงแห่งการตื่นรู้แบบนี้มีให้เห็นเป็นวัฏจักร

แต่คนหนุ่มสาวก็ยังลุ่มหลงกับการตั้งคำถามแบบกวี “ทำไมหนอ…โลกถึงเป็นแบบนี้” “โอ้ว…ไม่ ความอยุติธรรมอยู่ปลายจมูกนี่เองเหรอ” “พระเจ้าตายแล้วหรือนี่” “ทำไมล่ะ…ทำไม”

ใครว่าไอดอลอย่าง บ็อบ ดีแลน เป็นพวกชอบตั้งคำถาม…ไม่จริง

เพราะลุงบ็อบบอกแล้วว่า ‘คำตอบ…อยู่ในสายลม’ The answer is blowing in the wind.

แต่เอาล่ะ…พยายามเถิดหนุ่มสาว ยืดหยัดไว้ว่า ‘โลกเปลี่ยนเราไม่ได้ เราต่างหากจะเปลี่ยนโลก’

และอย่าลืม หมั่นโพสต์มันลงเฟซบุ๊ค

……

คนหนุ่มสาวหัวก้าวหน้าหลายคน พยายามแล้วที่จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน จรรโลงโลกให้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงต้องการคนมีพลังแบบนี้เป็นกลุ่มนำ เป็นหัวหอก และเชื่อได้ว่าเขาและเธอคือ ‘ของจริง’

แต่บางครั้ง ก็เหมือนรถซิ่งวิ่งเร็ว มันต้องมีการเฉี่ยวชนใครบ้าง ซึ่งคนหัวก้าวหน้าเหล่านั้น ก็ยังคงเป็นพวก ‘สัมฤทธิ์ผลนิยม’ อยากถึงเส้นชัยอย่างยิ่งใหญ่โดยไม่เลือกวิธีการ บ่อยครั้งพฤติกรรม ‘จารีต’ ประเภทเห็นพวกคิดต่างเป็นมารผจญ วิธีนิยมของปฏิปักษ์ที่เขาและเธอต่างต้องการโค่นล้ม ก็เคยถูกหยิบยืมมาใช้โดยไม่รู้ตัว

แน่นอน…หากจะเปลี่ยนโลก เราต้องการ ‘หัวหอก’

ดังนั้น กรุณาอย่า