ไมเคิล ไรท์
posted on 24 Jan 2009 17:10 by deomagazine in ALIEN-ATE-YOUในชีวิตนี้มีคนสักกี่คนที่เราเคยตั้งใจไว้ว่า วันหนึ่งเราอยากจะมีโอกาสร่วมวงสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดผ่านริมฝีปาก กับคนผู้นั้น หรือคนเหล่านั้นบ้าง
ในกรณีส่วนตัวของผมมีหลายคนเลยทีเดียว แม้จะไม่เป็นคนบ้า Idol สังคมอะไรมากมาย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบเคารพคลั่งไคล้แนวทางของนักคิดบางคนที่เปรียบเสมือนครูบาคอยประสาทวิชาให้ผมในทางอ้อม ผ่านตัวหนังสือบ้าง ผ่านการแสดงความคิดด้วยคำพูดของท่านในสื่อต่างๆ บ้าง เหล่านี้ช่วยเปิดทัศนะและลับคมทางความคิดให้กับลูกศิษย์ลักเรียนอย่างผมมากโข
ลุงไมค์ หรือ ไมเคิล ไรท์ หรือในชื่อภาษาเราว่า เมฆ มณีวาจา เป็นหนึ่งในครูหมู่นั้น
ผมเริ่มอ่านมติชนสุดสัปดาห์เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน คอลัมน์ฝรั่งมองไทยของลุงไมค์คือส่วนของหนังสือที่ผมต้องเปิดอ่านทุกครั้ง ผมชอบอ่านบทความของแก แกชอบชี้ชวนให้คนตั้งคำถามว่า “ทำไม” แถมยังมีเหตุผลแง่มุมในประวัติศาสตร์มากมายที่แกชอบนำมาเล่า หลายอย่างเป็นเรื่องที่เรายังไม่รู้ ในขณะที่หลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่เรารู้แล้วแต่ไม่เข้าใจ ทำให้สามารถมองเห็นมันได้เพียงด้านเดียว คือด้านที่ประวัติศาสตร์เปิดให้เราเห็น ลุงไมค์เป็นเหมือนกระจกเงาที่สอดสะท้อนให้เห็นถึงแง่มุมที่ซ่อนอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ เร้นอยู่ในมุมที่ไม่ได้เชื้อเชิญให้คนสงสัย หากแต่นั่นอาจเป็นมุมด้านสำคัญที่ทำให้เราเข้าใจประวัติศาสตร์อย่างถ่องแท้
ไมเคิล ไรท์ เข้ามาอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่ก่อนผมเกิด 20 ปี หลังจากที่หนีออกจากบ้านที่อังกฤษมาตระเวนย่านชมพูทวีป ถึงศรีลังกา เป็นนักเขียนรุ่นบุกเบิกของหนังสือศิลปะวัฒนธรรม เป็นสหายคนสำคัญของ คุณบุญชู โรจนเสถียร ขรรค์ชัย บุนปาน และสุจิตต์ วงษ์เทศ
นี่คือครูท่านหนึ่งที่ผมอยากสนทนาด้วยสักครั้งในชีวิต
ในบทความของลุงไมค์ จะมีตัวละครหนึ่งออกมาคอยเสริมเรื่องราว คือ แมวที่ชื่อว่า “โมหิณี” ซึ่งจะคอยออกมาตั้งคำถามชี้ชวนตอนท้ายเรื่องให้ผู้อ่านเก็บเอาไปคิดต่อยอด ผมจึงขออนุมานเอาเองว่า ลุงไมค์แกคงชอบแมวเหมือนกับผม
ผมเลี้ยงแมวเปอร์เซียไว้ที่บ้าน 30 ตัว มีตัวหนึ่งเป็นแม่แมวสีขาว ชื่อ “โรตี” ครั้งหนึ่งผมซื้อหาหนังสือ “ไมเคิล ไรท์ มองโลก เล่ม 2 :โลกนี้ยังมีอนาคตแน่หรือ?” มาอ่าน แล้วพบว่า มีรูปถ่ายของโรตี ไปปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย รูปถ่ายนี้ครั้งหนึ่งเคยมีนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ภาษาต่างประเทศฉบับหนึ่งมาขอถ่ายไว้ แล้วการเดินทางของรูปคุณ “โรตี” แมวที่บ้านของผมก็ไปสู่ชายคาเรือนไรท์ ไปอยู่ในหนังสือเป็นรูปประกอบอันน่าภูมิใจ
ผมกะว่า ถ้าชีวิตนี้ผมได้มีโอกาสสนทนากับลุงไมค์ ผมอยากจะชวนแกเสวนากันเรื่องแมวสักหน่อย
วันที่ 7 มกราคม 2552 ไมเคิล ไรท์ นักคิดฝรั่งคลั่งสยาม ละล่วงร่างพ้นลมหายใจไปแล้วในวัย 68 ปี โอกาสที่ผมตั้งใจจะสนทนากับปราชญ์ท่านหนึ่งก็หมดไปตามลมหายใจของลุงไมค์ด้วย กว่าที่ผมจะรู้ข่าวการสิ้นของลุงไมค์ ร่างของแกก็กลายเป็นเถ้าธุลีไปเสียแล้ว ไม่มีแม้แต่โอกาสที่ผู้ไม่ได้รับเชิญอย่างผมไปร่วมพิธีส่งร่างสู่สถานะฝุ่นเถ้า
มีบทความของลุงไมค์เกี่ยวกับอเมริกาอยู่บทหนึ่งที่ผมจะขอบังอาจยกมาเล่าต่อในฐานะที่เป็นทัศนะอันมีคุณูปการต่อการ “เกลียดอเมริกา” โดยจะจับแต่ใจความมาเพื่อความกระชับหน้ากระดาษ
ด้วยความคารวะต่อ คุณ ไมเคิล ไรท์ aka เมฆ มณีวาจา
ลุงไมค์แบ่งการเกลียดอเมริกา (Anti-Americanism) เป็นสามจำพวกใหญ่ คือ
1.การเกลียดอเมริกัน (เทียม)
การเกลียดอเมริกาส่วนใหญ่ (หรืออย่างน้อยประมาณ 50%) เป็นของเทียม โดยเกิดจากความขัดแย้งระหว่างวัฒนธรรมเก่ากับวัฒนธรรมใหม่ที่ใครๆ เข้าใจว่าเกิดจากอเมริกา
ลุงไมค์สรุปว่า พวกที่อยู่ในประเภทนี้เป็นของเทียม ที่เกิดจากความเข้าใจผิดในความเป็นอเมริกัน หรืออีกแง่คือเป็นการเกลียดเพราะอิจฉา ไม่ใช่การเกลียดอเมริกันอย่างแท้จริง
2.การเกลียดอเมริกันของนักปราชญ์
Anti-Americanism ยี่ห้อนี้สับสนและซับซ้อนมาก จะว่า “จริง” หรือ “เทียม” ง่ายๆ ไม่ได้ มันไม่ได้เกิดจากความเข้าใจผิดหรือความอิจฉา แต่เกิดจากความผิดหวังของคนที่เคารพนับถือสหรัฐ
ลุงไมค์สรุปว่า พวกที่อยู่ในประเภทนี้คือพวกที่ตั้งความหวังกับอเมริกาไว้สูง ว่าจะเป็นดินแดนเสรีภาพ ไม่มีการกดขี่เอาเปรียบ ไม่มีชนชั้น ไม่มีการทำสงครามขยายอาณาเขต ผิดจากที่โลกเก่าหรือทางซีกยุโรปได้ประสบมา แต่แล้วเมื่ออเมริกาเติบโตขึ้น ก็กลับประพฤติตนไม่ต่างจากประเทศมหาอำนาจเก่าอื่นๆ การฝากความหวังกับแดนเสรีภาพแห่งนี้ไว้สูงสุดก็กลายเป็นความผิดหวังแบบสุดโต่ง
3.การเกลียดอเมริกาขนานแท้
การเกลียดอเมริกาขนานแท้ (Real Anti-Americanism) ทั่วโลกเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่ได้เกิดจากความเข้าใจผิด ความอิจฉาริษยาหรือความผิดหวังของใครอื่น หากเกิดจากความโง่เขลา (Stupidity) ความจองหอง (Arrogance) และความปราศจากยางอาย (Shamelessness) ของผู้นำสหรัฐ
ลุงไมค์สรุปว่า การเกลียดอเมริกาขนานแท้นี้ เกิดจากที่ผู้นำสหรัฐลืมตัวว่าตัวเองสร้างชาติมาจากพวกปฎิวัติรักชาติ แต่แล้วเมื่อชาติอื่นจะทำสงครามต่อสู้เพื่อปลดแอกตัวเองบ้าง อเมริกากลับชอบทำตัวเป็นลูกพี่ คอยยื่นมือเข้ามายุ่ง จนเกิดผลดีบ้างเลวร้ายบ้าง ทั้งในสงครามอินโดจีน สงครามเกาหลี ล่าสุดหน่อยก็ สนับสนุนอิสราเอลรบปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นเจ้าของดินแดน , บุกอิรัก อัฟกานิสถานทำสงครามไม่รู้จบ ด้วยข้อหาที่ไม่ชัดเจน
