คำถามถึงคนหนุ่มสาว

posted on 22 Feb 2011 12:05 by deomagazine in ALIEN-ATE-YOU

“เหมือนที่ทุกคนก็รู้ว่า เรามาที่นี่ เพราะมาหาอะไรบางอย่าง”

หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นกลางวงสนทนา เป็นส่วนหนึ่งของการแนะนำตัวของเธอ สำหรับกิจกรรมในต่างจังหวัดครั้งนั้น

อดสงสัยไม่ได้ว่า เธอมาตามหาอะไรหนอ…ที่แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร

……

‘คำถาม’ ที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ คงหนีไม่พ้นเหตุผลของการเกิดและดับ และคำถามนี้ได้แตกแขนงไปไพศาล จนกลายเป็นเรื่องราวครอบจักรวาล

การตั้งคำถามในอากาศเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ นักศึกษาเอกปรัชญา ยอมรับว่าวิชาของเธอคือการตั้งคำถาม ต่อมาทั้งหมดกลายเป็นปัจจัยให้เกิดเครื่องเยียวยาจิตใจขนานเอกของคน นั่นคือ ‘ศาสนา’ ซึ่งบางค่ายตอบคำถามเป็นสมมุติฐาน แต่อีกสังกัดกลับชี้ชวนให้เลิกถาม

จึงไม่แปลก ที่ใครก็ตามจะมองโลกด้วยสายตาช่างสงสัย เพราะความรู้สึก ‘ไม่รู้’ นี้อยู่คู่กับมนุษย์ตั้งแต่ปฐมกาล จนวันนี้ ชีวิตก็คือ…ไม่รู้

บุรุษท่านหนึ่งเอ่ยวาจาเปรียบว่า “นักปราชญ์เกิดมาจากข้อสงสัย พวกเขาชอบตั้งคำถาม และเขาจะเจอแต่คำถาม แต่ผู้ที่มุ่งมั่นหาคำตอบอันแท้จริง ผู้นั้นคือศาสดา”

……

ยุค ‘โพสต์อินดี้’ ความเหงา สุญญากาศ แผนที่ และจีพีเอส ยังคงเป็นสินค้าขายดีในโลกที่เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวผู้อ้างว้างและหลงทาง

ยอดขายของหนังสือประเภท ‘How to’ ชวนสงสัยว่า ยุคสมัยผ่านไป ชีวิตยิ่งเต็มไปด้วยความสงสัยที่พันกันเป็นเกลียวยุ่งยาก จนต้องวาน ‘คนอื่น’ คลายปม หาทางออกให้กันแล้วหรือ

คนหนุ่มยังเสพติดความเหงา เขานั่งริมขอบหน้าต่าง ตั้งคำถามกับอากาศ เพราะหลงคิดว่าความรู้สึกล่องลอยนั้นเป็นมหาบุรุษ…มันติสต์ ยิ่งบรรยากาศแสงสนธยาบวกเพลงไซคีเดลิคล่ะก็ ราคาของมันเทียบเท่าแอลเอสดีในยุคนู้น

สำเนียงทองแดงแว่วมาว่า “พี่ครับ ผมว่าการตั้งคำถามกำลังจะพ้นสมัย การหาคำตอบให้กับมันต่างหาก ที่จะเป็นกุญแจสู่การปลี่ยนโลกได้ หาคำตอบมั่วๆ แบบมวยวัดก็ยังดีนะพี่”

“เออ…พี่เชื่อว่ะ”

……

ทุกยุคสมัย เมื่อสังคมกำลังสับสน มักมีฮีโร่หนุ่มวัยพ้นเบญจเพส สะพายกีตาร์ครวญคำถามที่เขาครุ่นคิด ความแปลกแยกเริ่มผลุบโผล่มาในสายตา เขาสงสัยเหลือเกินว่า ทำไมโลกเป็นแบบนี้

เขาเริ่มตั้งคำถาม ถึงความ ‘ไม่ปกติ’ ของสรรพสิ่งรอบๆ ตัว

กาลต่อมาเขาจะลุกขึ้นเรียกร้องหาเสรีภาพ เขาจะเปลี่ยนโลก!

ใครว่ายุคบุปผาชนกำลังกลับมา เมื่อคนหนุ่มสาวหันมามองชะโงกมองเงาตัวเอง และภาพสะท้อนของสังคมกันมากขึ้น ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยแววสงสัย สัญญาณลวงแห่งการตื่นรู้แบบนี้มีให้เห็นเป็นวัฏจักร

แต่คนหนุ่มสาวก็ยังลุ่มหลงกับการตั้งคำถามแบบกวี “ทำไมหนอ…โลกถึงเป็นแบบนี้” “โอ้ว…ไม่ ความอยุติธรรมอยู่ปลายจมูกนี่เองเหรอ” “พระเจ้าตายแล้วหรือนี่” “ทำไมล่ะ…ทำไม”

ใครว่าไอดอลอย่าง บ็อบ ดีแลน เป็นพวกชอบตั้งคำถาม…ไม่จริง

เพราะลุงบ็อบบอกแล้วว่า ‘คำตอบ…อยู่ในสายลม’ The answer is blowing in the wind.

แต่เอาล่ะ…พยายามเถิดหนุ่มสาว ยืดหยัดไว้ว่า ‘โลกเปลี่ยนเราไม่ได้ เราต่างหากจะเปลี่ยนโลก’

และอย่าลืม หมั่นโพสต์มันลงเฟซบุ๊ค

……

คนหนุ่มสาวหัวก้าวหน้าหลายคน พยายามแล้วที่จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน จรรโลงโลกให้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงต้องการคนมีพลังแบบนี้เป็นกลุ่มนำ เป็นหัวหอก และเชื่อได้ว่าเขาและเธอคือ ‘ของจริง’

แต่บางครั้ง ก็เหมือนรถซิ่งวิ่งเร็ว มันต้องมีการเฉี่ยวชนใครบ้าง ซึ่งคนหัวก้าวหน้าเหล่านั้น ก็ยังคงเป็นพวก ‘สัมฤทธิ์ผลนิยม’ อยากถึงเส้นชัยอย่างยิ่งใหญ่โดยไม่เลือกวิธีการ บ่อยครั้งพฤติกรรม ‘จารีต’ ประเภทเห็นพวกคิดต่างเป็นมารผจญ วิธีนิยมของปฏิปักษ์ที่เขาและเธอต่างต้องการโค่นล้ม ก็เคยถูกหยิบยืมมาใช้โดยไม่รู้ตัว

แน่นอน…หากจะเปลี่ยนโลก เราต้องการ ‘หัวหอก’

ดังนั้น กรุณาอย่าทำหอกหัก

 

รุ่งฤทธิ์

เขียนในวันใจบูด

ณ บ้านตลิ่งชัน จ.ธนบุรี

Comment

Comment:

Tweet


เขียนดี big smile Hot!

#1 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-02-22 12:10