วันที่ไม่มีรถ (เหรอ)
posted on 22 Sep 2009 13:02 by deomagazine in EarthFriendlyLivings
เช้าวันนี้เป็นวันที่ผมตั้งใจเอาไว้ว่า ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นไร อาจเป็นฝนรับอรุณ หรือแดดนรกแผดในเมืองกรุง หัวเด็ดตีนขาด ผมก็จะปั่นจักรยานไปให้ได้
อาจจะเป็นเพราะดวงจิตส่วนหนึ่งยึดติดกับคำเสร่อที่บ้าเห่อตามกระแสอย่าง “Car Free Day” ก็เป็นได้ แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่า มันก็แค่อีกวันหนึ่งที่ผ่านไป โดยไม่ต้องขับรถ เมื่อวานหรือวันก่อน ผมก็ปั่นจักรยานไปทำงานเหมือนกัน
เหมือนทุกวันก่อนหน้า Car Free Day ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนไม่ได้ลดจำนวนลงไปเลย ผมยังคงต้องออกแรงปั่นและฟอกปอดด้วยควันจากท่อไอเสียจำนวนมากอยู่เหมือนเดิม
22 กันยายน เป็นวันรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวของสากลโลก เริ่มมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 โน่น ในประเทศที่ขึ้นชื่อว่าผลิตมลพิษมากที่สุดในจักรวาลอย่างอเมริกา (ตอนนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีมนุษย์ต่างดาว ยกเว้นว่า District 9 สร้างจากเรื่องจริง)
ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวในยุคนั้นก็เป็นเหมือนการตื่นตระหนกตกใจในวิกฤติพลังงาน (ไม่ใช่วิกฤติสิ่งแวดล้อม) ของฝรั่ง เลยต้องมีการปั่นกระแสลดการใช้พลังงานลง โชคดีที่ “กระแส” แบบฝรั่งเขา “เอาจริง” ไม่ปาหี่เหมือนแลนด์ออฟสไมล์
ส่วนในเรื่องของช่วงเวลาและวันที่นั้นก็กระจายๆ กันไปตามพื้นที่ประเทศต่างๆ แล้วแต่ว่ากระแสตื่นเขียวจะเป็นผุดใบอ่อนที่ไหน แต่มายึดกันเป็นสากลในวันที่ 22 กันยายน หลังยุค Y2K ปี ค.ศ.2000 นี่เอง
หลังจากยุคฟองสบู่แตกเมื่อสิบปีก่อน เมื่อโลกเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติดการเศรษฐกิจ คลื่นการพัฒนาทางด้านวัตถุกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มปรากฏกายให้เห็นทีละน้อย ทั้งภัยธรรมชาติที่เพิ่มดีกรีความคลั่งขึ้น ทั้งพายุเฮอริเคน และคลื่อนยักษ์สึนามิ ทำให้คน “บางส่วน” เริ่มตระหนักถึงเส้นทางตามรอยเท้าที่มนุษยชาติก้าวไปว่าเหยียบย่ำลงบนสิ่งใดบ้าง
ช่วงกลางทศวรรษแรกหลังปี ค.ศ.2000 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรณรงค์ทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง (ของคนบางกลุ่ม ในขณะที่บางกลุ่ม.......ช่างมันเถอะ!)
คำว่า “โลกร้อน” หรือ “รักสิ่งแวดล้อม” กลายเป็นเรื่องตลก หลังจากที่กลายเป็นกระแสให้กลุ่มนายทุนทั้งไทยและเทศ หัวทองและดำ รวมถึงชนชั้นกลางเอาสีเขียวสังเคราะห์มาฉาบทาตัวเพื่อเสริมบารมีรักษ์โลกจอมปลอม (บางทีภาพสีเขียวอาจช่วยลดภาษีก็ได้นะ)
การรณรงค์ให้คนไทยมีความคิดและการกระทำร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพนั้น สามารถทำได้อย่างดีเยี่ยมยอดในวันสำคัญอื่นๆ แต่กับเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วนั้น กลับกลายเป็นเพียงกระแสตื้นๆ ที่พ่ายแพ้ศิโรราบให้กับวิถีชีวิตที่ (มัก) ง่ายๆ แบบคนไทย
แม้จะมีถ้อยคำจากชนชั้นปกครอง และชนกลุ่มนำว่ามีการรณรงค์อยู่อย่างต่อเนื่องถึงการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน (ที่พึ่งพาได้? และพวกเขาก็ไม่เคยได้ย่างกรายขึ้นรถเมล์ โดยเฉพาะสาย 8) รวมถึงเตรียมที่จะเข็นโครงการงดการขับรถสัปดาห์ละหนึ่งวัน ...และแล้วทุกอย่างก็จะหายไปพร้อมกับกลิ่นเรอที่เหม็นเปรี้ยว
...และสีเขียวที่เลอะมือพวกเขา...
