เช้าวันนี้เป็นวันที่ผมตั้งใจเอาไว้ว่า ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นไร อาจเป็นฝนรับอรุณ หรือแดดนรกแผดในเมืองกรุง หัวเด็ดตีนขาด ผมก็จะปั่นจักรยานไปให้ได้

 

                อาจจะเป็นเพราะดวงจิตส่วนหนึ่งยึดติดกับคำเสร่อที่บ้าเห่อตามกระแสอย่าง “Car Free Day” ก็เป็นได้  แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่า มันก็แค่อีกวันหนึ่งที่ผ่านไป โดยไม่ต้องขับรถ เมื่อวานหรือวันก่อน ผมก็ปั่นจักรยานไปทำงานเหมือนกัน

 

          เหมือนทุกวันก่อนหน้า Car Free Day ปริมาณรถยนต์บนท้องถนนไม่ได้ลดจำนวนลงไปเลย ผมยังคงต้องออกแรงปั่นและฟอกปอดด้วยควันจากท่อไอเสียจำนวนมากอยู่เหมือนเดิม

 

                22 กันยายน เป็นวันรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวของสากลโลก เริ่มมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 โน่น ในประเทศที่ขึ้นชื่อว่าผลิตมลพิษมากที่สุดในจักรวาลอย่างอเมริกา (ตอนนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีมนุษย์ต่างดาว ยกเว้นว่า District 9 สร้างจากเรื่องจริง)

 

                ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวในยุคนั้นก็เป็นเหมือนการตื่นตระหนกตกใจในวิกฤติพลังงาน (ไม่ใช่วิกฤติสิ่งแวดล้อม) ของฝรั่ง เลยต้องมีการปั่นกระแสลดการใช้พลังงานลง โชคดีที่ กระแส แบบฝรั่งเขา เอาจริงไม่ปาหี่เหมือนแลนด์ออฟสไมล์

 

                ส่วนในเรื่องของช่วงเวลาและวันที่นั้นก็กระจายๆ กันไปตามพื้นที่ประเทศต่างๆ แล้วแต่ว่ากระแสตื่นเขียวจะเป็นผุดใบอ่อนที่ไหน แต่มายึดกันเป็นสากลในวันที่ 22 กันยายน หลังยุค Y2K ปี ค.ศ.2000 นี่เอง

 

                หลังจากยุคฟองสบู่แตกเมื่อสิบปีก่อน เมื่อโลกเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติดการเศรษฐกิจ คลื่นการพัฒนาทางด้านวัตถุกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มปรากฏกายให้เห็นทีละน้อย ทั้งภัยธรรมชาติที่เพิ่มดีกรีความคลั่งขึ้น ทั้งพายุเฮอริเคน และคลื่อนยักษ์สึนามิ ทำให้คน บางส่วน เริ่มตระหนักถึงเส้นทางตามรอยเท้าที่มนุษยชาติก้าวไปว่าเหยียบย่ำลงบนสิ่งใดบ้าง

 

                ช่วงกลางทศวรรษแรกหลังปี ค.ศ.2000 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรณรงค์ทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง (ของคนบางกลุ่ม ในขณะที่บางกลุ่ม.......ช่างมันเถอะ!)

 

คำว่า โลกร้อน หรือ รักสิ่งแวดล้อม กลายเป็นเรื่องตลก หลังจากที่กลายเป็นกระแสให้กลุ่มนายทุนทั้งไทยและเทศ หัวทองและดำ รวมถึงชนชั้นกลางเอาสีเขียวสังเคราะห์มาฉาบทาตัวเพื่อเสริมบารมีรักษ์โลกจอมปลอม (บางทีภาพสีเขียวอาจช่วยลดภาษีก็ได้นะ)

 

          การรณรงค์ให้คนไทยมีความคิดและการกระทำร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพนั้น สามารถทำได้อย่างดีเยี่ยมยอดในวันสำคัญอื่นๆ  แต่กับเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วนั้น กลับกลายเป็นเพียงกระแสตื้นๆ ที่พ่ายแพ้ศิโรราบให้กับวิถีชีวิตที่ (มัก) ง่ายๆ แบบคนไทย

 

                แม้จะมีถ้อยคำจากชนชั้นปกครอง และชนกลุ่มนำว่ามีการรณรงค์อยู่อย่างต่อเนื่องถึงการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน (ที่พึ่งพาได้? และพวกเขาก็ไม่เคยได้ย่างกรายขึ้นรถเมล์ โดยเฉพาะสาย 8) รวมถึงเตรียมที่จะเข็นโครงการงดการขับรถสัปดาห์ละหนึ่งวัน ...และแล้วทุกอย่างก็จะหายไปพร้อมกับกลิ่นเรอที่เหม็นเปรี้ยว

 

                ...และสีเขียวที่เลอะมือพวกเขา...

Comment

Comment:

Tweet