ผมชื่อทาซฯ มาพาเที่ยว บ้านพิพิธภัณฑ์ ครับ

 

 

                บ้านพิพิธภัณฑ์ คือ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงของเก่าให้เราดูอย่างเป็นกันเอง (ไม่จำกัดชนิด ส่วนใหญ่เป็นของใช้ในครัวเรือน) หลากหลายประเภทในยุค ๒๕๐๐ เปิดทำการตั้งแต่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๔ โดยหนึ่งในผู้ก่อตั้งคือ คุณเอนก นาวิกมูล ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยและประทับใจกับหนังสือย้อนอดีตในวัยเด็กทั้งหลายแหล่ของเขากันมาบ้าง

 

                เป็นพิพิธภัณฑ์วันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะทำให้ทุกคนในครอบครัวเพลิดเพลิน โดยเฉพาะผู้ที่มีชีวิตเกี่ยวเนื่องกับยุค ๒๕๐๐ เป็นต้นมา แม้แต่เด็กๆ ที่เกิดไม่ทันก็จะได้ชมของเล่นและของเก่าสมัยคุณพ่อคุณแม่ยังเด็กเป็นขวัญตา

 

ทำไมต้องปั่นไป

                เพราะด้วยระยะทาง หากเดินไปคงจะหมดแรงเสียก่อนถึง สายรถประจำทางที่ผ่านถนนพุทธมณฑลสาย ๒ ก็ไม่แน่ใจ แล้วยังต้องเข้าซอยไปอีก คงจะไม่ค่อยสะดวก แต่หากเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ก็สะดวกแน่ แต่ก็หลีกเลี่ยงการพ่นควันพิษออกมาไม่พ้น ไหนๆ ก็มีรถจักรยานอยู่ที่บ้านแล้ว การปั่นออกไปไหนๆ ทำให้ได้ออกเดินทางอย่างเป็นมิตรกับโลกพร้อมกับออกกำลังกายไปด้วยในตัว นับเป็นทางเลือกในการเดินทางอีกทางหนึ่งที่ควรพิจารณา แต่การปั่นออกถนนใหญ่ ก็ควรระมัดระวังให้มากด้วย (ติดกระจกมองข้างไว้ด้วยก็พอช่วยได้)

 

 

 

 

 

ก่อนปั่น

                ตรวจสภาพรถจักรยาน ก่อนอื่น ดูลมยางให้เรียบร้อย อย่าลืมตรวจสอบเบรครถด้วย ปรับระดับอานที่นั่งให้เหมาะสมกับเรา (ระดับที่เหมาะสมคือ เวลาเหยียบบนบันไดแล้วขายืดได้สุดพอดี ถ้าขางอก็ให้งอเพียงเล็กน้อย เวลารถล้มหรือหยุดรถจะได้ใช้เท้ายันพื้นทัน ถ้าหากปล่อยให้ขางอมากๆ เวลาปั่นจะเมื่อย)

 

                สำหรับคนปั่น ก็ใส่เสื้อที่ระบายอากาศได้ดี กางเกงยาวประมาณหัวเข่ากำลังดี (หากางเกงจักรยานมาสวมด้านในชั้นหนึ่งก่อนก็จะช่วยไม่ให้ทรมานก้นจนเกินไป) ถุงแขน ก็ควรหามาสวมในวันที่แดดจัด สวมถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าที่ปั่นได้สะดวก ควรโพกผ้าเช็ดหน้าผืนโตเพื่อกันแดดและซับเหงื่อก่อนสวมหมวกนิรภัยสำหรับจักรยานเพื่อความปลอดภัย และควรกรอกน้ำใส่กระติกสำหรับจักรยานติดไปด้วย จะได้ไม่เพิ่มขยะพลาสติกด้วยการซื้อน้ำขวด

           

 

การเดินทาง

                ...ตัวอาคารบ้านพิพิธภัณฑ์จริงๆ นั้น อยู่ในหมู่บ้านคลองโพธิ์แลนด์ ริมถนนศาลาธรรมสพน์ซึ่งเป็นถนนไปศาลายาสายใน เลยสวนอาหารชองกาเลีย ทะเลบิณฑ์ สวนอาหารพุทธชาด (ถ.พุทธมณฑลสาย ๒-เลิกไปหมดแล้ว) เข้าไปไม่เท่าไร รอบๆ เป็นสวนผัก อากาศบริสุทธิ์... (สีสันจากวันวาน, ๒๕๔๖)

 

 

 

 ปั่นมาจากสวนผักครับ ก็เลยต้องแบกข้ามสะพานลอย

 

 

 

 ใกล้ถึงแล้ว...แฮ่ก...

 

 

 

 

บ้านพิพิธภัณฑ์มีอะไรให้ดูบ้าง

                อาคารจัดนิทรรศการมี ๒ อาคารด้วยกัน โดยอาคารแรกมี ๓ ชั้น ชั้นล่างสุดจัดแสดง ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายยา ร้านขายของเล่น (ดูแล้วคิดถึงความสนุกสนานตอนเป็นเด็กขึ้นมาเลย) และของจิปาถะ (ประมาณโชห่วย) ชั้น ๒ เป็นร้านตัดผม ร้านเช่านิยาย โรงหนังจำลอง แต่มีหนังฉายให้ชมจริงๆ รอบที่ไปฉายเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อปี ๒๔๘๕ ส่วนชั้น ๓ เป็นที่ว่าการอำเภอสีหนคร ร้านขายแผ่นเสียง ฯลฯ

 

 

            ด้านล่างเป็นเพียงภาพบางส่วน (ส่วนน้อยมากๆ) ของบ้านพิพิธภัณฑ์

 

 

 ป้ายด้านหน้า "บ้านพิพิธภัณฑ์"

 

  บริเวณชานพัก ก็ยังมีของจัดแสดง

 

 

 

 ป้ายประกาศวันชาติ (เดิม) โดยกรมโฆษณาการ

 

   อุปกรณ์ ของใช้ของหนูๆ นักเรียนน้อย

 

เป็นอะไรที่ได้บรรยากาศยุค ๒๕๐๐ จริงๆ 
 

 

  ลองเทียบกับโฆษณารถจักรยานยนต์สมัยนี้สิ อิๆ
 
 

นี่ไม่ใช่บุหรี่ หรือยากาแร็ตนะแต่เป็น...   

 

 

 

เก้าอี้สำหรับเด็กที่ยังเดินไม่ถนัด

 

 

 

หลังจากชมของเก่าบนอาคารแรกจนครบทุกชั้น ก็ลงมาเพื่อทอดน่องชมตลาดจำลองริมน้ำ ประกอบด้วย ร้านทอง ร้านหมอฟัน และจัดแสดงของแจกของแถมจากสินค้าต่างๆ และมีร้านกาแฟจำลอง ที่แอบเหลือบไปเห็น ป้ายประกาศควบคุมราคาขายเครื่องดื่ม จากคณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควร ราคากาแฟดำร้อน ๗๕ สตางค์ กาแฟดำเย็น ๑ บาท กาแฟใส่นมเย็น ๑ บาท ๒๕ สตางค์ (ลองเทียบกับราคาสมัยนี้แล้วหนาวๆ ร้อนๆ พิกล)

 

                นอกจากนี้ ในอนาคตบ้านพิพิธภัณฑ์ยังมีโครงการเพิ่มเติมส่วน ตลาดเล็กๆ ขึ้นมาอีก ๔-๕ ไร่ เพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนและค้าขายสินค้าด้วย

 

                ด้วยค่าเข้าชมแสนถูก แต่ก็ต้องจัดเก็บเพื่อให้พิพิธภัณฑ์ดำเนินการไปได้ การถ่ายภาพภายในก็อนุญาตให้ถ่ายได้อย่างไม่หวงเลย (รู้สึกว่าเป็นข้อดีมาก แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะทำให้คนที่ไปบางส่วนไม่ได้ไปชื่นชมของเก่า แต่ไปจัดสตูดิโอถ่ายภาพกันเสียมาก เสียบรรยากาศและความรื่นรมย์ในการดูของผู้ที่ตั้งใจไปดูพอสมควร)

 

ก่อนกลับก็แวะอุดหนุนเครื่องดื่มเย็นๆ ทางด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ และเลือกของที่ระลึกกลับไปฝากคนทางบ้านที่ไม่ได้มากับเราเสียหน่อย ทั้งบัตรภาพ (ดัดแปลงจากของแถมยาซิกาแรตสมัยก่อน) สมุด หนังสือ ของเล่นสมัยเด็ก ส่วนโปสการ์ด (อยากให้บ้านพิพิธภัณฑ์จัดทำใบแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าชมจังเลย จะเสนอแนะว่าควรออกแบบโปสการ์ดเฉพาะของบ้านพิพิธภัณฑ์มากกว่านี้ เพราะคราวที่ไปมีที่เป็นรูปในบ้านพิพิธภัณฑ์เพียง ๒ แบบเท่านั้น) ซื้อแล้วสามารถฝากส่งที่นั่นได้เลย อย่าลืมประทับตรามาด้วยก็แล้วกัน

 

 

 

ข้อมูลบ้านพิพิธภัณฑ์

                เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า บ้านพิพิธภัณฑ์ (House of Museums)

บ้านเลขที่ ๑๗๐/๑๗ หมู่ที่ ๑๗ ซอยคลองโพ ๒ ถนนศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ

โทร. ๐๘๙ ๒๐๐ ๒๘๐๓ (คุณเอนก) และ ๐๘๙ ๖๖๖ ๒๐๐๘ (คุณวรรณา)

                เปิดทำการเฉพาะ วันเสาร์-อาทิตย์  เวลา ๑๐.๐๐ ๑๗.๐๐ น.

 

เวบไซต์ทางการของบ้านพิพิธภัณฑ์: http://houseofmuseums.siam.edu/main_page2.htm

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

                เอนก นาวิกมูล. สีสันจากวันวาน. กรุงเทพฯ: สายธาร, ๒๕๔๖.

edit @ 2 Jul 2009 15:21:24 by deo.mag

edit @ 2 Jul 2009 15:24:40 by deo.mag

edit @ 2 Jul 2009 15:27:33 by deo.mag

edit @ 2 Jul 2009 15:30:36 by deo.mag

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อร๊า ชอบม๊ากกกกค่ะ ชอบของเก่า แอร๊ยยย
อยากไปๆๆๆๆ cry cry cry

#1 By สส.eVeZaa on 2009-07-02 15:25

จากใครใน way มาทำใหม่ป่ะเนี่ย font เหมือนงะค่ะ
น่าอ่านมากค่า add fav แล้วจะตามโหลดเรื่อยๆค่า
(แต่จะอ่านเมื่อไหร่น่ะหรือ @_@ หุหุหุ)
ทำหนังสืออย่างนี้ก็ไม่ต้องใช้จ่ายตีพิมพ์หาโฆษณาโนะ

#2 By -Varie- on 2009-07-02 16:00

ภาพสวย และเป็นกิจกรรมน่าแนะนำ Hot! ;)
เท่มากเลยคับที่ปั่นจักรยานไปdouble wink
โลกนี้ต้องการคนอย่างคุณ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#4 By taksthaitoon on 2009-07-03 00:16

เจอเล่ม2แล้วค่ะ อันนี้เห็นว่าแตกต่างจาก way ชัดเจน
คิดว่าแตกต่างไปเลยจะดีกว่าคล้ายนะคะ ^^
หรือว่าตั้งใจจะคล้ายๆๆแล้วก็รวมเป็นเล่มเดียว 555+

เก็บเล่ม3-4ไม่ได้แล้วค่ะ ช่วงนี้อยากอ่านประเด็นฮีโร่
แล้วอยากรู้ว่าเล่มแรกเริ่มทำเป็นยังไงหนอ

มีความใฝ่ฝันเดียวกัน ไว้เรียนจบแล้วอาจจะขอร่วมทีมค่ะ

#5 By -Varie- on 2009-07-07 00:19

รีวิวหนังสือ ..ไม่มั่นใจในตัวเองค่ะ
ไม่มั่นใจในการแบ่งเวลาของตัวเองด้วย 5555+
(ดูจากการขี้เกียจอัพบล็อกเป็นต้น)

ถ้ามีโอกาส อยากรีวิวหนังสือการ์ตูน(โชเน็น)ค่ะ
เพราะเราจะชอบสังเกตประเด็นเครียดๆที่แฝงอยู่
และอยากสื่อสารไปถึงกลุ่มที่เล่นคอสเพลย์-โดจินค่ะ
ไม่อยากให้สิ่งที่ผู้เขียนจะบอกต้องหายไปในอากาศค่ะ

แต่ก่อนหน้านั้น อยากจะอ่านหนังสือปรัชญามากๆๆๆๆ
และก็คงต้องเช็คการ์ตูนทุกเล่มให้เป๊ะๆ
จะได้เขียนออกมาแม่นๆ และไม่ต้องแก้ทีหลังน่ะค่ะ

โดยหลายๆปัจจัย..
เอาเป็นว่าดูได้จากอารมณ์ขึ้นบล็อกค่ะ 5555+

ไม่งั้นก็เขียนแบบถามตอบ ถามตอบ
จะชอบตอบและตอบทีเดียวยาวมาก(แบบนี้เป็นต้น)

ปล.อิทัปปัจยตา ดูน่ารักกว่า ปฏิจจสมุปบาท อ่าค่ะ

#6 By -Varie- on 2009-07-07 20:09